หูฟังเกมส์มิ่ง ถูกหรือแพง มันดียังไง?

หูฟังเกมส์มิ่ง ถูกหรือแพง มันดียังไง?

  • Post Author:
  • Post Category:Blog

ในขณะนี้กีฬาอีสปอร์ตเป็นที่นิยมกันอย่างมาก ซึ่งก็เป็นผลดีต่อแวดวงเกมในวงกว้าง ทำให้ตลาดการซื้อขายอุปกรณ์เล่นเกม หรือ เกมมิ่งเกียร์เป็นที่นิยมขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะหูฟังเกมมิ่ง ที่เปรียบได้กับอวัยวะหนึ่งของร่างการที่ต้องมีให้ได้ เนื่องจากทุกการเล่นเกม “เสียง” เป็นสิ่งจำเป็นที่ช่วยชี้เป็นชี้ตาย ทำให้เราชนะนั่นเอง ในเวลาเดียวกันก็มีคำถามเยอะมากว่าจำเป็นจะต้องใช้หูฟังเล่นเกมราคาสูงๆหรือไม่ แล้วหูฟังเกมมิ่งถูกกับแพงแตกต่างตรงไหน บทความนี้เราจะอธิบายความแตกต่างให้กระจ่างเองครับ มาติดตามกันเลย

วัสดุ ดีไซน์ ความสบายสำหรับการสวมใส่

อันดับแรกเราจะมาเอ๋ยถึงลักษณะภายนอก ซึ่งสามารถจับต้องได้ อย่างวัสดุของหูฟังเกมมิ่งกันก่อน ส่วนมากตามท้องตลาดหูฟังสำหรับเล่นเกมที่มีราคาถูก มักจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก มีน้ำหนักเบา ส่วนหนังที่บุอยู่รอบๆ Head Band จะเป็นหนังเทียมที่มีฟองน้ำอยู่ข้างใน ข้อดีของหูฟังแบบนี้คือมีน้ำหนักเบา แต่ว่าจะไร้ซึ่งความสบายสำหรับการสวมใส่ รวมทั้งความคงทนน้อยด้วยนั่นเอง

ในขณะเดียวกันถ้าเกิดเป็นหูฟังราคาแพงในส่วนของงานประกอบและการเลือกใช้วัสดุมักมีความปราณีตมากกว่า โดยองค์ประกอบหลักจะใช้สิ่งของที่เป็นอะลูมิเนียม ประกอบกับพลาสติกเล็กน้อย เพื่อยังคงน้ำหนักที่เบาอยู่ ส่วน Head Band มักจะใช้หนังแท้ หรือ ฟองน้ำชนิดพิเศษที่มีความนิ่ม สวมใส่สบาย และสามารถระบายความร้อนได้มากกว่า เหมาะกับการเล่นเกมต่อเนื่องเป็นเวลานานนั่นเอง

คุณภาพเสียงขณะใช้งาน

ถ้าเกิดกล่าวถึงเสียง แน่นอนว่าส่วนประกอบสำคัญจะอยู่ที่ไดรเวอร์หูฟัง และกำลังขับเป็นหลัก สิ่งที่แตกต่างที่สังเกตได้อย่างชัดเจนจะเป็นเรื่องของรายละเอียดเสียงเล็กๆน้อย โดยจะเห็นชัดเจนสำหรับการเล่นเกมแนว FPS หรือ First-Person Shooting อย่าง เกมสล็อต StarVegas , CSGO หรือ PUBG ถ้าหากเรายืนอยู่ในจุดเดียวกับเพื่อน แล้วมีเสียงเข้ามาใกล้ๆเวลาที่เพื่อนได้ยิน เรากลับไม่ได้ยิน นี่คือผลจากการที่หูฟังเก็บรายละเอียดไม่ครบ หรือเกิดข้อจำกัดอะไรบางอย่างที่ทำให้เราไม่ได้ยินนั่นเอง

อีกกรณีหนึ่งที่ Pro-Player โดยมากนิยมใช้กันก็คือ “การฟังเสียง” จังหวะที่ฝั่งตรงข้าม Reload ลูกปืน ซึ่งจำต้องใช้หูฟังที่เก็บรายละเอียดดีๆเข้ามาช่วย แต่ว่ากรณีหูฟังราคาถูกทางแก้ส่วนใหญ่ที่เกมเมอร์มักใช้กันคือหาการ์ดเสียง (Sound Card) เข้ามาช่วยขยายสัญญาณ เพิ่มกำลังขับ เพื่อดึงความสามารถหูฟังตัวนั้นออกมา ซึ่งท้ายที่สุดแล้วราคารวมๆกันก็ จะได้หูฟังราคาแพงที่ครบเครื่องกว่า รวมทั้งสามารถต่อยอดได้อีกไกลนั่นเอง โดยส่วนมากหูฟังราคาแพงมักมีตัวแปลงสัญญาณในตัว (DAC) ทำให้รายละเอียดที่ออกมาดีมากขึ้น หรือใช้ไดรเวอร์ที่มีคุณภาพมากกว่า สามารถให้เสียงโอบล้อม และมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น